คดีหมิ่นประมาท

Table of Contents

ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้อินเทอร์เน็ต เครื่องมือสื่อสาร และแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ เพื่อเผยแพร่ความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น การใส่ร้ายป้ายสี หรือ การเปิดเผยข้อเท็จจริงเฉพาะหรือข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จต่อสาธารณะ  เช่น ‘เขากำลังรับสินบน’ หรือ ‘คนนี้รับงานเอ็นฯ’ ทั้งหมดนี้ สามารถฟ้องได้

หมิ่นประมาทคืออะไร

การหมิ่นประมาท หมายถึง การจงใจสร้างและเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่สมมติขึ้น ซึ่งไปลดทอนบุคลิกภาพของผู้อื่น หรือ ทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น และสามารถทำให้ถูกเกลียดชังได้ โดยดูองค์ประกอบดังนี้

(1) ต้องมีการกระทำอันเป็นเท็จ กล่าวคือ เนื้อหาการหมิ่นประมาทผู้อื่นเป็นเรื่องโกหกโดยสมบูรณ์ หากการเผยแพร่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากเรื่องแต่ง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง แม้ว่าจะทำลายบุคลิกภาพและชื่อเสียงของผู้อื่น ก็ไม่ถือหมิ่นประมาท

(๒) ต้องมีการกระทำอันเป็นเท็จ การแพร่กระจายในสาธารณชนในสังคม โดยทั่วไปมี 2 วิธีในการเผยแพร่:
วิธีหนึ่งคือการเผยแพร่ทางวาจา อีกวิธีหนึ่งคือการเขียน นั่นคือ การเผยแพร่โดยใช้โปสเตอร์ขนาดใหญ่ โปสเตอร์ตัวอักษรเล็ก รูปภาพ หนังสือพิมพ์ หนังสือ ตัวอักษร ฯลฯ สิ่งที่เรียกว่า “หมิ่นประมาทโดยโฆษณา” หมายถึงการสร้าง ข้อมูลปลอมและเผยแพร่ ซึ่งอาจทำให้บุคลิกภาพและชื่อเสียงของผู้อื่นเสื่อมโทรมลงอย่างสิ้นเชิง หรือสร้างความเสียหายอย่างแท้จริงต่อบุคลิกภาพและชื่อเสียงของเหยื่อ หากมีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จแต่ไม่น่าจะสร้างความเสียหายแก่คุณลักษณะ ชื่อเสียงของผู้อื่น หรือไม่ทำลายคุณลักษณะหรือชื่อเสียงของผู้อื่น ก็ไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

(3) การหมิ่นประมาทต้องกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อบุคคลนั้น ตราบใดที่ทราบจากผู้เสียหายจากเนื้อหาการหมิ่นประมาท ก็ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ หากข้อเท็จจริงที่เผยแพร่โดยผู้กระทำความผิดไม่มีวัตถุเฉพาะ เป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้างบุคลิกภาพและชื่อเสียงของผู้อื่น และไม่สามารถลงโทษด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาทได้

(4) การปลอมแปลงข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้ายผู้อื่นจะต้องอยู่ในพฤติการณ์ที่ร้ายแรง จึงจะถือเป็นคดีออาญาได้ แม้ว่าจะมีการปลอมแปลงข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้ายผู้อื่น แต่ก็ไม่ถึงระดับของความรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถลงโทษด้วยอาชญากรรมนี้ได้ สถานการณ์ที่เรียกกันว่าร้ายแรง ส่วนใหญ่หมายถึง การปลอมแปลงข้อเท็จจริงซ้ำ ๆ เพื่อใส่ร้ายผู้อื่น การสร้างข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุคลิกภาพและชื่อเสียงของผู้อื่น การสร้างข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อสร้างอิทธิพลที่ไม่ดี การใส่ร้ายผู้อื่นให้เป็นต้นเหตุของจิตผิดปกติ เหยื่อฆ่าตัวตาย เป็นต้น

มาตราฐานการฟ้องคดีหมิ่นประมาท

1. จะต้องมีการสร้างเรื่องเท็จบางอย่าง

2. ต้องมีการกระทำอันเป็นเท็จเกิดขึ้น

3. การหมิ่นประมาทต้องมุ่งไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเจาะจงหรือพูดในทางอ้อม

4. การปลอมแปลงข้อมูลเท็จเพื่อใส่ร้ายผู้อื่นจะต้องอยู่ในพฤติการณ์ที่ร้ายแรงจึงจะก่อคดีหมิ่นประมาทได้

ทำอย่างไรไม่ต้องรับโทษ

พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ หรือ ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
               (๑) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
               (๒) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
               (๓) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ
               (๔) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
               ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ตามมาตรตรา ๓๒๙ และ ๓๓๐ 

หมิ่นประมาทมีโทษอย่างไร?

การหมิ่นประมาทเหยื่อรายงานศาลจะยอมรับมิฉะนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับ “ยกเว้นผู้ที่เป็นอันตรายต่อระเบียบสังคมและผลประโยชน์ของชาติอย่างร้ายแรง” เช่น การใส่ร้ายทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ทำให้เกิดความขุ่นเคืองใจของประชาชนในท้องถิ่น ใส่ร้ายชาวต่างชาติและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น หากเหยื่อไม่ บอกหรือบอกไม่ได้ อัยการควร ยื่นคำฟ้อง

วิธีหาหลักฐานการหมิ่นประมาท

คำสารภาพ บันทึกเสียง หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ฯลฯ หากสถานการณ์ร้ายแรง ขอแนะนำให้จ้างทนายความเพื่อรวบรวมหลักฐานการหมิ่นประมาทจากมุมมองของมืออาชีพ

ส่วนประกอบการเกิดการหมิ่นประมาท

1.เรื่องที่คิดว่าเป็นเท็จ

2.เรื่องที่คิดว่าทำให้เสื่อมเสีย

  • บุคคลธรรมดาทุกคน รวมทั้งผู้ป่วยทางจิต อาชญากร ทารก ชนกลุ่มน้อยทางเพศ และผู้ทุพพลภาพ ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีเกียรติ ยกเว้นตัวอ่อนในครรภ์
  • บริษัทหรือองค์กร (บริษัท พรรคการเมือง สหภาพแรงงาน สมาคมเครือญาติ สมาคมครอบครัว ฯลฯ) ต่างก็ได้รับเกียรติเช่นกัน
  • อย่างไรก็ตาม กลุ่มทางสังคม ชุมชน หรือครอบครัวไม่สามารถเป็นบุคคลที่มีเกียรติได้ เนื่องจากพวกเขาไม่ใช่องค์กรที่กระทำการภายนอกด้วยเจตจำนงที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

3.การเผยแพร่ต่อสาธารณะ

4.ผู้ถูกหมิ่นประมาท

 

บทลงโทษและการพิจารณาหมิ่นประมาท

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เขียนโดย นาย ประภาส เขมอักษร
ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย
ประสบการณ์ 10 ปี

สถิติคดีประจำปี พ.ศ. 2563

คดีแพ่ง (เข้าสู่การพิจารณา)

คดีอาญา (เข้าสู่การพิจารณา)

รวม

1,194,395 คดี

585,364 คดี

1,779,759 คดี

5 อันดับข้อหาศาลชั้นต้น

1.ขอจัดการมรดก

2.ละเมิด

3.รับช่วงสิทธิ

4.เรียกค่าเสียหาย

5.ยืม

6.อื่นๆ

.

96,848 คดี

35,661 คดี

14,601 คดี

14,579 คดี

10,089 คดี

94,738 คดี

5 อันดับข้อหาศาลชั้นอุธรณ์

1.ละเมิด

2.ขับไล่

3.ที่ดิน

4.ผิดสัญญา

5.ค้ำประกัน

6.อื่นๆ

.

1,641 คดี

1,064 คดี

995 คดี

693 คดี

525 คดี

7,027 คดี

อ้างอิงจาก รายงานสถิติคดี 2463